Loading Events
  • This event has passed.

อินเดีย: อินเดีย-เนปาล-เขาคิชฌกูฏ 8 วัน 7 คืน (B3) โดยสายการบินภูฏานแอร์ไลน์

January 9, 2018 @ 8:00 am - February 10, 2018 @ 5:00 pm

| ฿42900

Tags:

รหัสทัวร์   GAY-B3001

กำหนดการเดินทาง

วันที่ : 20-27 ธ.ค. 60    

42,900.-

วันที่ : 10 – 17 ม.ค. 61 

43,900.-

วันที่ : 31 ม.ค.  – 07 ก.พ. 61

43,900.-

วันที่ : 04 – 11 ก.พ. 61

43,900.-

 

วันที่

โปรแกรมการเดินทาง เช้า เที่ยง ค่ำ

โรงแรมที่พัก

1

กรุงเทพฯ – พุทธคยา

O O

ã Taj Darbar Hotel

2

พุทธคยา – ราชคฤห์ – นาลันทา – เวสาลี

O

O O

ã Vishali Residency Hotel

3

เวสาลี – กุสินารา

O

O O

ã Imperial Hotel

4

กุสินารา – ลุมพินี

O

O O

ã Nirvana Hotel

5

ลุมพินี (เนปาล) –  สาวัตถี

O

O O

ã Pawan Palace Hotel

6

สาวัตถี – พาราณสี

O

O O

ã The Amayaa Hotel

7

พาราณสี – พุทธคยา

O O O

ã Taj Darbar Hotel

8

พุทธคยา – กรุงเทพฯ

O

X

 

 วันที่1   กรุงเทพฯ – พุทธคยา
05.00 น. คณะมาพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์ C เช็คอินกรุ๊ปของสายการบิน ภูฏานแอร์ไลน์ (Bhutan Airline) โดยมีเจ้าหน้าที่และหัวหน้าทัวร์ให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวก
07.00 น. ออกเดินทางสู่ เมืองคยา โดยสายการบินภูฏานแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ B3-707 (มีบริการอาหารบนเครื่อง)
08.30 น. ถึงสนามบิน เมืองคยา ประเทศอินเดีย (เวลาท้องถิ่น ช้ากว่าประเทศไทย 01.30 ชั่วโมง) และผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
นำท่านชม พระมหาโพธิ์เจดีย์อนุสรณ์สถานแห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ภายในประดิษฐานพระพุทธเมตตาพระพุทธรูปที่รอดจากการถูกทำลายจากพระเจ้าศศางกา พระพุทธ รูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยแบบศิลปะปาละ เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวพุทธทั่วโลก
เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เริ่มต้นการจาริกแสวงบุญสังเวชนียสถานทั้งสี่แห่ง แห่งที่ ๑ พุทธคยา สถานที่เชื่อกันว่าเป็นที่ตรัสรู้ ของพระพุทธเจ้าซึ่งค้นพบโดยนักโบราณคดีชาวอังกฤษ ชื่อ เซอร์ อเลกซานเดอร์ คันนิงแฮม เมื่อร้อยกว่าปีก่อนแล้วนำท่านนมัสการสถูปพุทธคยา ทรงศิขระที่ได้รับการบูรณะใหม่ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป “พระพุทธเมตตา” ปางมารวิชัย แล้วนำนมัสการต้นศรีมหาโพธิ์ที่ได้นำพันธุ์มาปลูกตรงที่เชื่อกันว่าเป็นจุดที่พระพุทธเจ้าประทับนั่งบำเพ็ญเพียรจนตรัสรู้สมโพธิญาณ แล้วนำชมสัตตมหาสถาน สถานที่พระพุทธเจ้าเสวยวิมุติสุขหลังจากตรัสรู้แล้วเจ็ดแห่ง แห่งละสัปดาห์รอบๆพุทธคยาเพื่อทบทวนความรู้ก่อนที่จะเสด็จออกสั่งสอนผู้คน อันประกอบไปด้วย

๑        เสด็จประทับบนพระแท่นวัชรอาสน์ ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์พร้อมเสวยวิมุตติสุขตลอด ๗ วัน ในสัปดาห์ที่ ๑

๒       เสด็จประทับ ณ อนิมิสเจดีย์ ทรงยืนจ้องพระเนตรดูต้นศรีมหาโพธิ์ โดยมิได้กระพริบพระเนตรตลอด ๗ วัน ในสัปดาห์ที่ ๒

๓       เสด็จประทับ ณ รัตนจงกรมเจดีย์ ทรงนิมิตจงกรมขึ้น แล้วเสด็จจงกรมเป็นเวลา ๗ วัน ในสัปดาห์ที่ ๓

๔       เสด็จประทับ ณ รัตนฆรเจดีย์ โดยเสด็จไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของต้นศรีมหาโพธิ์ และประทับนั่งขัดสมาธิในเรือนแก้วซึ่งเทวดานิรมิตถวาย ทรงพิจารณา

พระอภิธรรม ๗ วัน ในสัปดาห์ที่ ๔

๕       เสด็จไปประทับนั่งขัดสมาธิใต้ต้นไทร อชปาลนิโครธ ซึ่งเป็นที่พักของคนเลี้ยงแกะ ในสัปดาห์ที่๕

๖       เสด็จไปประทับนั่งขัดสมาธิใต้ต้นจิก มุจลินทร์ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของต้นศรีมหาโพธิ์ ในสัปดาห์ที่ ๖

๗      เสด็จไปประทับใต้ต้นเกด ราชายตนะ ประทับนั่งเสวยวิมุติสุขตลอด ๗วัน

จากนั้นนำท่านชมศิลปะอินเดียสมัยพระเจ้าอโศกอายุกว่า ๒,๒๐๐ ปี ชมเสาพระเจ้าอโศกที่ทรงให้สร้างเพื่อประกาศศาสนาและถวายเป็นพุทธบูชาแก่สังเวชนียสถาน ชมประตูโทรณะที่สลัก เรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ แล้วชมสถูปและภาพสลักอดีตพระพุทธเจ้าศิลปะสมัยปาละอายุราว ๑,๒๐๐ ปี “สมัยปาละเป็นช่วงที่พุทธศาสนารุ่งเรืองแผ่ขยายอยู่ในอินเดียภาคเหนือโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่มหาวิทยาลัยนาลันทา รัฐพิหารตามหลักฐานการบันทึกจดหมายเหตุการณ์เดินทางมาสืบทอดพุทธศาสนาของหลวงจีนเหี้ยนจัง (พระถังซัมจั๋ง) และหลวงจีนอี้จิง จากประเทศจีน” ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  ที่พัก ã Taj Darbar Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองคยา
วันที่ 2      พุทธคยา – ราชคฤห์ – นาลันทา – เวสาลี
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  นำท่านเดินทางสู่เมืองราชคฤห์ นครหลวงแห่งแคว้นมคธ นำท่านเดินขึ้นเขาคิชฌกูฎ หนึ่งในเบญจคีรี ได้แก่เวภาระ เวปุละ คิชฌกูฏ อิสิคิลิ และปัณฑวะชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม นมัสการถ้ำพระโมคคัลลา ชมถ้ำพระสารีบุตร สถานที่ที่พระสารีบุตรสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ชมกุฏีของพระอานนท์ นมัสการมูลคันธกุฏีสถานที่ประทับของพระพุทธเจ้า ไหว้พระสวดมนต์ที่ยอดเขาคิชกูฎ จากนั้นนำท่านชมวัดชีวกัมพวัน โรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกของโลก “ชีวกัมพวัน” เป็นสวนป่ามะม่วงที่หมอชีวกโกมารภัจจ์อุทิศถวายเป็นสังฆารามแด่พระพุทธเจ้าและพระภิกษุสงฆ์ ปัจจุบันเหลือซากโบราณสถานให้เห็นเป็นซากหินเรียงรายกันอยู่ เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าทรงประชวรห้อพระโลหิตจากการที่สะเก็ดหินมากระแทกถูกพระบาทเพราะพระเทวทัตกลิ้งหินลงมาหมายปลงพระชนม์พระพุทธเจ้า พระภิกษุสงฆ์ได้พาพระพุทธองค์มาที่ชีวกัมพวัน และหมอชีวกเป็นผู้ถวายการรักษาโดยการผ่าตัดเอาสะเก็ดหินออก ชีวกัมพวันจึงถูกเรียกว่าเป็นโรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกในพระพุทธศาสนา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เมืองราชคฤห์

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ วัดเวฬุวนารามมหาสังฆยิกาวาส (วัดเวฬุวัน)วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนาและเป็นสถานที่แสดงโอวาทปาฏิโมกข์แก่พระอริยสงฆ์1250องค์ มีสถูปที่บรรจุพระอัฐิธาตุของพระโมคคัลลานะและพระอัญญาโกญฑัญญะ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่นาลันทา นมัสการหลวงพ่อดำซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่สร้างด้วยหินแกรนิตสีดำซึ่งสร้างรุ่นราวคราวเดียวกับพระพุทธเมตตา จากนั้นนำท่านเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นศูนย์การศึกษาในสมัยพุทธกาล ต่อมาในปีพ.ศ.๑๗๔๒ กองทัพมุสลิมเติร์กได้ยกทัพมารุกราน รบชนะกษัตริย์แห่งชมพูทวีปฝ่ายเหนือกองทัพมุสลิมเติร์กได้เผาผลาญทำลายวัดและปูชนียสถาน ในพุทธศาสนาลงแทบทั้งหมดและสังหารผู้ที่ไม่ยอมเปลี่ยนศาสนา นาลันทามหาวิหารก็ถูกเผาผลาญทำลายลงในช่วงระยะเวลานั้นว่ากันว่าไฟที่ลุกโชนเผานาลันทานานถึง 3 เดือนกว่าจะเผานาลันทาได้หมด ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่           เมืองเวสาลี
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  ที่พักã Vishali Residency Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองเวสาลี
วันที่ 3       เวสาลี – กุสินารา
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  นำท่านชมเมืองหลวงของอาณาจักรวัชชี หนึ่งในสิบหกแค้วนของชมพูทวีปในสมัยโบราณ เมืองนี้มีชื่อหลายชื่อคือ ไพสาลี ไวสาลี และเมืองนี้เป็นศูนย์กลางการเผยแพร่พุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่ง รวมทั้งเป็นที่กำเนิดของพระมหาวีระศาสดาของศาสนาเชนและที่เป็นต้นกำเนิดของการทำน้ำมนต์ในพุทธศาสนา เนื่องจากได้เกิดทุพิกขภัยร้ายแรงทั่วเมืองเวสาลีมีคนตายมากมาย กษัตริย์ลิจฉวีจึงได้นิมนต์ให้พระพุทธเจ้าได้มาโปรดชาวเมือง พระพุทธเจ้าจึงนำเหล่าภิกษุ ๕๐๐ รูป เดินทางไปโปรดที่เมืองไวสาลี พร้อมทั้งได้มีการประพรมน้ำมนต์ทั่วทั้งเมือง นำท่านเที่ยวชม วัดป่ามหาวัน ชมเสาอโศกที่สมบูรณ์ที่สุดและงดงามที่สุดของอินเดีย เมืองเวสาลีมีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยก่อนพุทธกาล โดยเป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากแคว้นหนึ่งในบรรดา ๑๖ แคว้นของชมพูทวีป มีการปกครองด้วยระบบสามัคคีธรรมหรือคณาธิปไตย ที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นการปกครองแบบประชาธิปไตยระบบหนึ่ง คือไม่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขทรงอำนาจสิทธิ์ขาด มีแต่ผู้เป็นประมุขแห่งรัฐซึ่งบริหารงานโดยความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งจะประกอบไปด้วยเหล่าสมาชิกจากเจ้าวงศ์ต่าง ๆ ซึ่งรวมเป็นคณะผู้ครองแคว้น ในคัมภีร์พระพุทธศาสนากล่าวว่าเจ้าวงศ์ต่างๆ มีถึง ๘วงศ์ และในจำนวนนี้วงศ์เจ้าลิจฉวีแห่งเวสาลีและวงศ์เจ้าวิเทหะแห่งเมืองมิถิลาเป็นวงศ์ที่มีอิทธิพลที่สุด ในสมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาที่เวสาลีหลายครั้ง แต่ละครั้งจะทรงประทับที่กูฏาคารศาลาป่ามหาวันเป็นส่วนใหญ่ พระสูตรหลายพระสูตรเกิดขึ้นที่เมืองแห่งนี้ และที่กูฏาคารศาลานี่เองที่เป็นที่ๆ พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้พระนางมหาปชาบดีโคตมีเถรี พระน้านางของพระพุทธองค์ พร้อมกับบริวาร สามารถอุปสมบทเป็นภิกษุณีได้เป็นครั้งแรกในโลก และในการเสด็จครั้งสุดท้ายของพระพุทธองค์ พระองค์ได้ทรงรับสวนมะม่วงของนางอัมพปาลี นางคณิกาประจำเมืองเวสาลี ซึ่งนางได้อุทิศถวายเป็นอารามในพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ได้ทรงจำพรรษาสุดท้ายที่เวฬุวคาม และได้ทรงปลงอายุสังขารที่ปาวาลเจดีย์ และเมื่อหลังพุทธปรินิพพานแล้วได้ ๑๐๐ ปี ได้มีการทำสังคายนาครั้งที่ ๒ ณ วาลิการาม ซึ่งทั้งหมดล้วนอยู่ในเมืองเวสาลี

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ  เวสาลี – กุสินารา

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
บ่าย นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่ เมืองกุสินาราซึ่งเป็นสถานที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
ที่พักã Imperial Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองกุสินารา
วันที่4        กุสินารา – ลุมพินี
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  นำท่านชมสังเวชนียสถานแหล่งที่ ๔ กุสินารา ในสมัยพุทธกาลเป็นเมืองเอกหนึ่งในสองของแคว้นมัลละ อยู่ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำคู่กับเมือปาวา เป็นที่ตั้งของสาลวโนทยานหรือป่าไม้สาละ ที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานและเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า “สาลวโนทาย” สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน มีชื่อเรียกในท้องถิ่นว่า มาถากุนวะระกาโกฏ (Matha-Kunwar-Ka-Kot) ซึ่งแปลว่า ตำบลเจ้าชายสิ้นชีพ ปรากฏตามคัมภีร์ว่า เมืองนี้เคยเป็นที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้าพระนามว่าผุสสะ เป็นที่เกิดบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์หลายครั้ง เคยเป็นราชธานีนามว่ากุสาวดีของพระเจ้ามหาสุทัสสนจักรพรรดิ ปัจจุบันกุสินารามีอนุสรณ์สถานที่สำคัญคือสถูปใหญ่ซึ่งพระเจ้าอโศกมหาราชสร้างไว้และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ วิหารปรินิพพานซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางปรินิพพานอยู่ภายในและมีซากศาสนสถานโบราณโดยรอบมากมาย จากนั้นนำท่านนมัสการสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า ที่มกุฎพันธเจดีย์ แล้วนำนั่งสมาธิที่วิหารพระรูปพระพุทธไสยาสน์ มีจารึกกำหนดอายุเก่าแก่กว่า ๑,๔๐๐ปี แสดงตอนเสด็จปรินิพพาน ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่ชายแดนประเทศอินเดีย–เนปาล ประทับตราหนังสือเดินทางเพื่อผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
บ่าย นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่ เมืองลุมพินีซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  ที่พักã Nirvana Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองลุมพินี, ประเทศเนปาล
วันที่5        ลุมพินี (เนปาล) –  สาวัตถี
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  นำท่านชม สังเวชนียสถานแหล่งที่ ๓ สวนลุมพินีวัน เป็นสถานที่พระนางสิริมหามายาประสูติเจ้าชายสิทธัตถะกุมาร เมื่อวันศุกร์ วันเพ็ญเดือน ๖ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ปี ซึ้งภายในบริเวณมีวิหารมหามายา สระโบกขรณี และเสาพระเจ้าอโศกที่มีขนาดความสูง ๒๒ ฟุต ๔ นิ้วและมีข้อความจารึกเป็นหลักฐานว่า “ณ ที่นี่คือ สถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ และพระเจ้าอโศกเสด็จมาบูชาในปีที่ ๒๐ แห่งรัชกาลของพระองค์” (ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๓ ) ปัจจุบันลุมพินีวันได้รับการบูรณะและมีถาวรวัตถุสำคัญที่ชาวพุทธนิยมไปสักการะ คือ “เสาหินพระเจ้าอโศกมหาราช” ที่ระบุว่าสถานที่นี้เป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ นอกจากนี้ยังมี “วิหารมายาเทวี” ภายในประดิษฐานภาพหินแกะสลักพระรูปพระนางสิริมหามายาประสูติพระราชโอรส โดยเป็นวิหารเก่ามีอายุร่วมสมัยกับเสาหินพระเจ้าอโศก ปัจจุบันทางการเนปาลได้สร้างวิหารใหม่ทับวิหารมายาเทวีหลังเก่า และได้ขุดค้นพบศิลาจารึกรูปคล้ายรอยเท้า สันนิษฐานว่าเป็นจารึกรอยเท้าก้าวที่เจ็ดของเจ้าชายสิทธัตถะที่ทรงดำเนินได้เจ็ดก้าวในวันประสูติ ปัจจุบันลุมพินีวันอยู่ในเขตประเทศเนปาล ติดชายแดนประเทศอินเดียทางเหนือเมืองโคราฆปุระ ห่างจากเมืองติเลาราโกต (หรือ นครกบิลพัสดุ์) ทางทิศตะวันออก ๑๑ กิโลเมตร และห่างจากสิทธารถนคร (หรือนครเทวทหะ) ทางทิศตะวันตก๑๑กิโลเมตร ซึ่งถูกต้องตามตำราพระพุทธศาสนาที่กล่าวว่าลุมพินีวันสถานที่ประสูติตั้งอยู่ระหว่างเมืองกบิลพัสดุ์และเมืองเทวทหะ ปัจจุบันลุมพินีวันมีเนื้อที่ประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ ทางการเรียกสถานที่นี้ว่า รุมมินเด มีสภาพเป็นชนบท มีผู้อาศัยอยู่ไม่มากมีสิ่งปลูกสร้างเป็นพุทธสถานเพียงเล็กน้อย แต่มีวัดพุทธอยู่ในบริเวณนี้หลายวัด รวมทั้งวัดไทยลุมพินี ลุมพินีวันได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกประเภทมรดกทางวัฒนธรรมตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๐ ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่เมืองสาวัตถี
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
บ่าย นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่เมืองสาวัตถีที่เป็นเมืองโบราณในสมัยพุทธกาล                      
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  ที่พักã Pawan Palace Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองสาวัตถี

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ลุมพินี (เนปาล) –  สาวัตถี

วันที่ 6      สาวัตถี – พาราณสี
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  นำท่านชม เมืองสาวัตถี  ที่เป็นเมืองโบราณในสมัยพุทธกาลที่มีความสำคัญในฐานะที่เป็นเมืองหลวงของแคว้นโกศล ๑ ในแคว้นมหาอำนาจใน ๑๖ มหาชนบท ในสมัยพุทธกาล เมืองสาวัตถีนับว่าเป็นเมืองสำคัญในการเป็นฐานในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้าที่สำคัญเพราะเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าประทับนานที่สุดถึง ๒๕ พรรษา เป็นที่ตรัสพระสูตรมากมายและเป็นเมืองที่พระพุทธศาสนามั่นคงที่สุด ปัจจุบันยังมีซากโบราณสถานที่สำคัญปรากฏร่องรอยอยู่ คือ ที่แสดงยมกปาฏิหาริย์ (อ่านว่า ยะ – มะ – กะ – ปา – ติ – หาน, สถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ครั้งนี้ คือที่โคนต้นมะม่วง  หรือ คัณฑามพฤกษ์ในเมืองสาวัตถี มูลเหตุที่ทรงแสดงคือเพราะพวกเดียรถีย์นักบวชนอกศาสนาพุทธ ท้าพระพุทธเจ้าแข่งแสดงปาฏิหาริย์ว่าใครจะเก่งกว่ากันพวกเดียรถีย์ทราบว่าพระพุทธเจ้าจะแสดงยมกปาฏิหาริย์ที่โคนต้นมะม่วงจึงให้สาวกและชาวบ้านที่นับถือพวกตนจัดการโค่นต้นมะม่วงเสียสิ้นไม่เหลือ แต่พระพุทธเจ้าก็ทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ที่โคน ต้นมะม่วงจนได้ โดยมีผู้นำผลมะม่วงสุกมาถวายทรงฉันเสร็จแล้วรับสั่งให้คนปลูกเมล็ดลงดินแล้วพระองค์ทรงใช้น้ำที่ล้างพระหัตถ์รด ปรากฎว่าหน่อมะม่วงโตพรวดพราดแตกกิ่งก้านสูงขึ้นถึง  ๕๐  ศอก  ผลที่สุดพวกเดียรถีย์พ่ายแพ้ไป), สถานที่พระเทวทัตถูกแผ่นดินสูบ (หน้าวัดพระเชตุวันมหาวิหาร), บ้านบิดาขององคุลีมาล(สถูป), บริเวณวังของพระเจ้าปเสนทิโกศล, บ้านของอนาถบิณฑิกเศรษฐี(สถูป), วัดเชตุวันมหาวิหาร (ซึ่งพระพุทธเจ้าเคยประทับอยู่ถึง ๑๙ พรรษา) รวมถึง ต้นอานันทโพธิ์ ซึ่งเป็นต้นโพธิ์ที่ชาวพุทธนับถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอันดับสองรองจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พุทธคยาที่วัดเชตุวันมหาวิหาร เป็นต้น
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
บ่าย นำเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่เมืองพาราณสี สถานที่แสดงปฐมเทศนา        
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  ที่พักã The Amayaa Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองพาราณสี
วันที่ 7      พาราณสี – พุทธคยา
05.00 น. อรุณสวัสดิ์ยามเช้ากับเช้าวันใหม่ที่สดใส นำท่านสัมผัสกับความหลากหลายของผู้คนและที่แม่น้ำคงคาที่ชาวฮินดูเชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เนื่องจากเป็นจุดที่ตุ้มหู ของพระศิวะตกอยู่ใต้แม่น้ำแห่งนี้ ในทางพุทธศาสนาเองเชื่อกันว่าเป็นสถานที่ได้นำพระอัฐิของพระพุทธเจ้ามาลอยอังคารที่แม่น้ำแห่งนี้ด้วย ท่านจะได้นั่งเรือเพื่อไปถวายกระทงเป็นพุทธบูชา ณ ที่นี่เองท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวฮินดูซึ่งจะมาอาบน้ำ ดื่มน้ำรวมทั้งท่าน้ำที่นี่จะมีพิธีเผาศพในช่วงเช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น จากนั้นนำท่านเดินทางกลับโรงแรม
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  นำชมสังเวชนียสถานแหล่งที่ ๒ สารนาถ สถานที่แสดงปฐมเทศนา นมัสการสถูปเจาคันธี สถานที่พระพุทธเจ้าพบปัจจัคคีอีกครั้งหลังจากตรัสรู้แล้ว นำนมัสการธรรมเมขสถูป ที่เชื่อกันว่าเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาหัวข้อธรรมจักกัปปวัตตนสูตรทำให้พระโกณฑัญญะบรรลุโสดาบันพระพุทธศาสนาจึงมีพระรัตนตรัยครบ ๓ ประการ แล้วนำชมวิหารมูลคันธกุฏิหลังใหม่ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาเลียนแบบคุปตะและจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องพุทธประวัติฝีมือช่างชาวญี่ปุ่น แล้วนำท่านชมพิพิธภัณฑ์แห่งเมืองสารนาถ  ชมหัวเสาพระเจ้าอโศก ทำเป็นรูปสิงห์บางท่านอธิบายว่าเป็นสัญลักษณ์ของศากยสิงห์พระราชวงศ์ของพระพุทธเจ้า เสามีฐานบัวคว่ำ มีบัลลังก์สี่เหลี่ยมรอบสลักเป็นรูปธรรมจักรและรูปช้าง ม้า สิงห์และโค แล้วนำชมโบราณวัตถุที่ขุดค้นพบในบริเวณเมืองสารนาถและเมืองใกล้เคียง อาทิเช่น พระพุทธรูปศิลปะแบบคันธาระ แบบมถุรา แบบคุปตะ และ แบบปาละ ฯลฯ แล้วนำชมโบราณวัตถุชิ้นเอกของพิพิธภัณฑ์ พระพุทธรูปแบบคุปตะปางปฐมเทศนา ที่ค้นพบบริเวณใกล้ๆกับ มูลคันธกุฎี สถานที่จำพรรษาของพระพุทธเจ้า “อนึ่งศิลปะคุปตะได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามและสมบูรณ์แบบที่สุดในศิลปะอินเดียทั้งมวลและเมืองสารนาถยังเป็นศูนย์กลางของโรงเรียนสกุลช่างคุปตะ ที่อายุเก่าแก่ถึง ๑,๔๐๐ ปีมาแล้ว
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
บ่าย นำท่านเดินทางกลับไปยังเมืองพุทธคยา
  ที่พักã Taj Darbar Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองคยา

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พาราณสี – พุทธคยา

วันที่ 8       พุทธคยา – กรุงเทพฯ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางสู่สนามบินพุทธคยา
12.30 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสายการบินภูฏานแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่  B3-706 (มีบริการอาหารบนเครื่อง)
17.00 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร โดยความสวัสดิภาพ

 

พาสปอร์ตจะต้องมีอายุก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 6 เดือน

ในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองที่ประเทศไทย, ประเทศอินเดีย ปฏิเสธมิให้เดินทางออกหรือเข้าประเทศ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธ์ไม่คืนค่าใช้จ่ายไม่ว่ากรณีใดๆ ทิ้งสิ้น

 

กรุณาอ่านหมายเหตุให้ละเอียดทั้ง 5 ข้อ

หมายเหตุ     
1. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหาย ไม่ว่ากรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง

ของไทยไม่อนุญาตให้เดินทางออกหรือกองตรวจคนเข้าเมืองของแต่ละประเทศไม่อนุญาตให้เข้าเมือง

2. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหาย อันเกิดจากเหตุสุดวิสัยที่ทาง บริษัทฯ ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การนัดหยุดงาน, จลาจล, การล่าช้าหรือยกเลิกของเที่ยวบิน

3. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมรายการท่องเที่ยว โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

4. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

5. กรณีที่คณะไม่ครบจำนวน 10 ท่าน ทางบริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการงดออกเดินทาง      โดยทางบริษัทฯ  จะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า 14 วันก่อนการเดินทาง