Loading Events
  • This event has passed.

The Sunset Dinner Cruise and Tripple Mountains สวิตเซอร์แลนด์ 9 วัน 6 คืน โดยสายการบินเอมิเรตส์ (EK)

May 3 @ 8:00 am - June 30 @ 5:00 pm

| $69,900

Tags:

The Sunset Dinner Cruise and Tripple Mountains

สวิตเซอร์แลนด์ 9 วัน 6 คืน

โดยสายการบินเอมิเรตส์ (EK)

ราคาเริ่มต้น: 69,900.-

• เยือนเมืองชาฟเฮาเซ่น เพื่อชม น้ำตกไรน์ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป
• ชมหอสมุดโบราณ(Abbey Library)อลังการและเก่าแก่ที่สุดในโลกที่เซนท์กัลเลน (St. Gallen)
• แวะประทับตราหนังสือเดินทาง ที่เมืองวาดุซ (Vaduz) ประเทศลิกเตนสไตน์ (Liechtenstein)
• เยือนเมืองรัพเพอร์สวิล – โจนา (Rapperswil-Jona) เมืองแห่งกุหลาบ (Town of roses)
• เข้าชมปราสาทชิลยอง (Chillon castle) ปราสาทโบราณอายุกว่า 800 ปี
• ตามรอยเสด็จประพาส ประทับของสมเด็จย่า ณ เมืองโลซานน์ (Lausanne)
• ล่องเรือทะเลสาบเจนีวา พร้อมทานอาหารค่ำบนเรือ (Sunset Cruise)
• พิชิต 3 เขา ยอดเขาริกิ และ ยอดเขาจุงฟราวด์ และ กลาเซียร์ 3000

เส้นทางการเดินทาง

วัน

โปรแกรมการเดินทาง เช้า กลางวัน ค่ำ

โรงแรมที่พัก

หรือ เทียบเท่า

1.

กรุงเทพฯ

 

2.

กรุงเทพฯ – ดูไบ – ซูริค – น้ำตกไรน์ – ป้อมปราการมูนอท – สไตน์ แอมไรน์ – เซนท์กัลเลน

O

HOLIDAY INN

3.

เซนท์กัลเลน – เข้าชมหอสมุดโบราณ – วาดุซ –

รัพเพอร์สวิล  โจนา – ซุก

O

O O

ARCADE

4.

ซุก – ขึ้นยอดเขาริกิ – ลูเซิร์น – อินเทอร์ลาเคน

O

O X

CITY OBERLAND

5.

อินเทอร์ลาเคน – ขึ้นยอดเขาจุงเฟรา  – เบิร์น

O

O O

HOLIDAY INN

6.

เบิร์น – กรูแยร์  – โลซานน์ – ล่องเรือทะเลสาบเจนีวา พร้อมทานอาหารค่ำบนเรือ (Sunset Cruise)

O

O O

NOVOTEL LAUSANNE

7.

โลซานน์ – เวเว่ย์ – มองเทรอซ์ – ขึ้นเขากลาเซียร์ 3000 – เซอร์แมท

O

O X

DERBY

8.

เซอร์แมต – เจนีวา – สนามบิน

O

X

 

9.

ดูไบ – กรุงเทพฯ

 

 

โปรแกรมทัวร์

วันที่ 1: กรุงเทพฯ  
22.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศประตู 9 เคาน์เตอร์ T สายการ

บินเอมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก

วันที่ 2: กรุงเทพฯ – ดูไบ – ซูริค – น้ำตกไรน์ – ป้อมปราการมูนอท – สไตน์ แอมไรน์

เซนท์กัลเลน

01.15 น. ออกเดินทางสู่สวิตเซอร์แลนด์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบิน EK 385
04.45 น. ถึงสนามบินดูไบรอเปลี่ยนเครื่อง
08.40 น. ออกเดินทางต่อสู่สนามบินซูริค ด้วยเที่ยวบิน EK 87
13.20 น. เดินทางถึงสนามบินซูริค (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั๋วโมง) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองชาฟฟ์เฮาเซิน (Schaffhausen) เมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ทางเหนือของสวิตเซอร์แลนด์ติดกับพรมแดนเยอรมนี โดยสถาปัตยกรรมของบ้านเรือนในเมืองนั้นตกแต่งด้วยศิลปะแบบเรเนอซองซ์และศิลปกรรมแบบเฟรสโกรวมกับภาพวาดตามผนังของอาคารต่างๆที่บอกเรื่องราวของชาวเมืองอย่างสวยงาม นอกจากนั้นแล้วเมืองนี้ยังมีชื่อเสียงจากการที่เป็นที่ตั้งของน้ำตกไรน์ (Rhine Fall) ซึ่งเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป  นำท่านชมน้ำตกไรน์ (RhineFall) น้ำตกที่ใหญ่สวยงามและตื่นตาตื่นใจซึ่งเกิดจากแม่น้ำไรน์ทั้งสายไหลผ่านหน้าผากว้าง 150 เมตร จึงเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปและได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดในยุโรปกลางด้วย อิสระให้ท่านได้ชื่นชมความงามของน้ำตกและถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านชมป้อมปราการชาฟฟ์เฮาเซิน หรือป้อมปราการมูนอท (Munot) ป้อมปราการบนเนินริมแม่น้ำไรน์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองชาฟฟ์เฮาเซนโดยป้อมปราการนี้เป็นป้อมปราการเก่าแก่ที่ยังคงความสวยงามไว้อย่างดี ถูกสร้างในสมัยยุคกลางในศตวรรษที่ 15 ระหว่าง ค.ศ.1564 -1589 เพื่อป้องกันการรุกรานจากเยอรมัน นอกจากนั้นแล้วจุดชมเมืองจากเนินของป้อมปราการเมื่อมองลงมายังด้านล่างสามารถเห็นความสวยงามของวิวทิวทัศน์เมืองชาฟฟ์เฮาเซินได้ทั้งเมืองเลยทีเดียว จากนั้นเดินทางสู่เมืองสไตน์ แอมไรน์ (Stein Am Rhein) ตั้งอยู่ปากแม่น้ำไรน์ เป็นเมืองเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์เป็นอย่างมาก เมืองที่มีอาคารบ้านเรือนเต็มไปด้วยศิลปะ โดยเฉพาะในเขตเมืองเก่า มีลานหินกว้าง มีน้ำพุโบราณประดับเป็นระยะๆ มีอาคารบ้านเรือนตั้งแต่สมัยยุคกลางอยู่สองฝั่งถนน ชื่นชมกับการอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนที่มีภาพเขียนเฟรสโกบนฝาผนังตึกไว้อย่างดีเยี่ยม เป็นภาพเขียนที่สวยงามโดดเด่น หรือ เรียกได้ว่าไม่เหมือนเมืองอื่นๆเลยในสวิตเซอร์แลนด์ หรือแม้กระทั่งในยุโรปเองก็ตาม นำท่านเดินทางสู่เมืองเซนท์กัลเลน (St.Gallen) เมืองที่ตั้งอยู่ในหุบเขาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของสวิตเซอร์แลนด์โดยชื่อเมืองนั้นได้มาจากนักบุญที่มาเผยแพร่ศาสนาเมื่อสมัยศตวรรษที่ 7 ซึ่งเมืองนี้นั้นเป็นศูนย์กลางทางศาสนาคริสต์คาธอลิคในยุคสมัยยุโรปกลางก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นศูนย์กลางการค้าผ้าและการเย็บปักถักร้อยแทนในยุคหลัง

Related image

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก HOLIDAY INN หรือเทียบเท่า
วันที่ 3: เซนท์กัลเลน – เข้าชมหอสมุดโบราณ – วาดุซ – รัพเพอร์สวิล  โจนา – ซุก
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  นำท่านเข้าชมมหาวิหารเซนท์กัลเลน (Convent of St. Gall) อันศักดิ์สิทธิ์ ภายนอกนั้นโดดเด่นด้วยหอคอยคู่ ตัววิหารนั้นตกแต่งด้วยศิลปะแบบบาโรค (Baroque) และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย จากนั้นนำท่านเข้าชมหอสมุดโบราณ(Abbey Library หรือ Stifsbibliotek)โดยห้องสมุดนี้นับว่าเป็นห้องสมุดที่เก่าแก่ อาจจะเรียกได้ว่ารวยและเก่าแก่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง(Abbey Library is one of the richest and oldest in the world)  ภายห้องโถงของห้องสมุดตกแต่งด้วยงานไม้แกะสลัก หินอ่อน และภาพวาดปูนเปียก ภาพเขียนเฟรสโก้ที่ออกแบบและเขียนโดยศิลปินที่มีชื่อเสียงชาวอิตาลี ไมเคิล แองเจโล อันวิจิตรงดงามบนเพดานของโดมหลังคา เป็นที่เก็บรวบรวมถึงหนังสือต่างๆและเอกสารสำคัญ มากกว่า 170,000 เล่ม และห้องสมุดนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1983 (หากไม่สามารถเข้าชมมหาวิหารและห้องสมุดได้ ทางบริษัทขอคืนเงินท่านล่ะ 10 CHF) นำท่านออกเดินทางสู่เมืองวาดุซ (Vaduz) เมืองหลวงของประเทศลิกเตนสไตน์ (Liechtenstein) เป็นประเทศเล็กๆ มีพื้นที่เพียง 160 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น ประชากรทั้งประเทศเพียงแค่เกือบ 4 หมื่นคน ตั้งอยู่ในทวีปยุโรปกลางเต็มไปด้วยภูเขาสูง มีพรมแดนด้านตะวันออกติดกับออสเตรียและด้านตะวันตกติดกับสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นที่นิยมของนักเล่นกีฬาฤดูหนาว

Related image

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารไทย
บ่าย นำท่านชมเมืองวาดุซ (Vaduz) เป็นเมืองหลวงของประเทศและเป็นที่ตั้งของรัฐสภาแห่งชาติ เมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำไรน์ ที่มีประชากรราว 5,100 คน นำท่านสู่จุดชมวิวเมืองละถ่ายรูปคู่กับปราสาทวาดุซ (Vaduz Castle) ปราสาทที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงชันในย่านใจกลางเมือง โดยปราสาทแห่งนี้ยังเป็นที่พักของพระบรมวงศานุวงศ์แห่งลิคเทนสไตน์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตัวปราสาทนั้นสร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 12 ก่อนที่จะมีการบูรณะและต่อเติมในปีค.ศ. 1904 และต้นศตวรรษที่ 1930 ปัจจุบันตัวปราสาทนั้นไม่เปิดให้สาธารณะทั่วไปเข้าชม จากนั้นนำท่านเข้าสู่ร้าน Huber ร้านนาฬิกาและเครื่องประดับชื่อดัง แหล่งรวมนาฬิกาชั้นนำมากมายและเรียกได้ว่ามียี่ห้อชั้นนำครบมากที่สุดแห่งหนึ่งเลยทีเดียว อาทิ เช่น Patak Philippe, Rolex, Panerai , Omega, Brequets, IWC, Cartier, Piaget, Chopard ,Tag Heuer, Hublot, Vacheron Constantin, Audemars Piguet, Breitling, Longines, Jaeger-LeCoultre, Blancpain, Chanel, Hermes, Bvlgari, Rado, Tissot, Swatch ฯลฯ และพลาดไม่ได้กับการประทับตราในเล่มหนังสือเดินทาง (Passport Stamp ) เหมือนเวลาท่านเดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ที่นี่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ให้บริการประทับตราเป็นที่ระลึกว่าท่านได้เดินทางมาถึงประเทศลิกเตนสไตน์แห่งนี้แล้ว  จากนั้นนำท่านสู่เมืองรัพเพอร์สวิล – โจนา (Rapperswil-Jona) โดยเมืองนี้จะตั้งอยู่ติดกับทะเลสาบซูริค (Lake Zurich) ในมลรัฐเซนท์กัลเลน ในอดีตทั้งรัพเพอร์สวิล และ โจนา นั้นเป็นเมืองที่อยู่แยกกัน จนกระทั่งรวมกันเมือปี 2007 และได้กลายเป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับสองของมลรัฐเซนท์กัลเลน มีเนินเขาใจกลางตัวเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทเก่า (Rapperswil Castle) ซึ่งถูกสร้างขึ้นราวๆ คศ.1220 โดยท่านเคาท์แห่งเมือง Rapperswil โดยปราสาทแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง และยังกลายเป็นจุดชมวิวเมืองที่สวยงาม มองเห็นทะเลสาบซูริค อาคารบ้านเรือนทั่วทั้งเมือง และที่สำคัญชาวเมืองนี้จะให้ความสำคัญกับการปลูกดอกกุหลาบมาก เป็นแหล่งเพาะปลูกกุหลาบมากกว่า 600 สายพันธุ์ มากกว่า 15,000 ดอกที่จะเบ่งบานอยุ่ทั่วเมือง โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนประมาณเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนตุลาคมของทุกปี จนได้ชื่อว่าเป็น “เมืองแห่งกุหลาบ (Town of roses)” เดินทางต่อสู่เมืองซุก (Zug) เมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบที่สวยงามราวกับเทพนิยายตั้งอยู่ทางภาคกลางตอนบนของประเทศ โดยนอกจากความสวยงามของทัศนียภาพแล้ว เมืองนี้ยังมีอัตราการเก็บภาษีที่ค่อนข้างต่ำจึงถือเป็นที่ตากอากาศที่นิยมของเหล่าเศรษฐี คนดังสำคัญระดับโลกมากมายมาเยือน ท่านอาจจะเห็นซูเปอร์คาร์จอดเรียงรายอยู่ 2 ข้างทาง จนเป็นเรื่องธรรมดาไปเลย

Image result for ปราสาทวาดุซ (Vaduz Castle) รูปฟรี

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก ARCADE HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 4: ซุก – ยอดเขาริกิ – ลูเซิร์น – อินเทอร์ลาเคน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  นำท่านชมเมืองชมหอนาฬิกาเมืองซุก (Clock Tower) แลนด์มาร์กที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมือง ด้วยความสูงของหอถึง 52 เมตรและความโดดเด่น ของหลังคาซึ่งเป็นสีน้ำเงินขาวโดนเด่นตัดกับสีหลังคาสีน้ำตาลของบ้านเมืองสวยงามอย่างยิ่ง มีเวลาให้ท่านเดินขึ้นบันไดสู่จุดชมวิวด้านบนของหอนาฬิกา ที่ท่านจะสามารถเห็นวิวที่สวยงามโดยรอบของเมืองซุก นำท่านเข้าชมโบสถ์เซนท์ออสวอร์ล (St Oswald’s church) โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญของเมือง ตัวโบสถ์สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1478 ใช้เวลาการก่อสร้างนานถึง 6 ปี ถือเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่สำคัญที่สุดในช่วงโกธิคตอนปลายแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ นอกจากนี้ ชาวสวิสยังมีความเชื่ออีกว่า  ถ้าใครมีเรื่องทุกข์ร้อนใดๆ หรือเจ็บป่วย ถ้าได้มาขอพรกับโบสถ์แห่งนี้ จะช่วยบรรเทาให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว (กรณีถ้ามีพิธีภายในโบสถ์ อาจไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าชม) นำท่านเข้าชมร้านทำทองที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป (The Oldest house of goldsmiths in Europe) ของครอบครัว Lohri เปิดทำการตั้งแต่สมัยศัตวรรตที่ 16 ภายในตัวอาคารมีการตกแต่งในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยจักวรรดินโปเลียน มีซุ้มประตูและเสาโรมัน มีรูปปั้นและจิตรกรรมฝาผนัง ด้วยการวาดลายหินอ่อนด้วยมือ ในปี 1971 ได้เปิดร้านนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะล้ำค่าและเครื่องประดับหายาก และบางชิ้นมีเพียงชิ้นเดียวในโลก มีเวลาให้ท่านเดินชื่นชมอาคาร งานศิลปะล้ำค่าและเครื่องประดับหายากแล้ว ในส่วนของ Lohri Store ยังมีนาฬิกาชั้นนำระดับโลกให้ท่านเลือกซื้อเลือกชมอาทิ เช่น Patek Philippe, Franck Muller Cartier , Piaget, Parmigiani Fleurier, Panerai, IWC , Omega, Jaeger-LeCoultre, Blancpain, Tag Heuer ฯลฯ และไม่ควรพลาดเค้กเชอร์รี่ Zug Cherry Cake (Zuger Kirschtorte) จากร้าน Speck เค้กที่มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และมีขายมากว่าร้อยปี มีบุคคลที่มีชื่อเสียงมากมายต่างเคยลิ้มลองเค้กจากร้านนี้ เช่น Charlie Chaplin, Winston Churchill หรือสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส โดยเมืองซุกนี้มีการทำฟาร์มผลไม้ ทั้งสตอเบอร์รี่, บูลเบอร์รี่, ราสเบอร์รี่,ลูกแพร์ ฯลฯ รวมทั้ง เชอร์รี่ ที่มีปลูกมากกว่า 40,000 ต้น จากนั้นนั่งรถไฟไต่เขาริกิ (Rigi) ที่ถือได้ว่าเป็นรถไฟไต่เขาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป และยังเป็นอันดับ 2 รองจากยอดเขาวอชิงตัน ในมลรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ในสหรัฐอเมริกา ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,797 เมตร ยอดเขาริกิ (Rigi Kulm) นี้มีที่มาจากคำว่า Mons Regina แปลได้ว่า ราชินิแห่งภูเขา(Queen of the mountains) เพราะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของยอดเขาอื่นๆ ได้รอบ 360 องศา ชมวิวแบบพาโนรามาโอบล้อมด้วยธรรมชาติของทะเลสาบ Luzern และ Zug

Image result for หอนาฬิกาเมืองซุก (Clock Tower)รูปฟรี

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา อาหารพื้นเมือง
บ่าย เดินทางสู่เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา  จากนั้นพาท่านชมสิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิสที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792 ชมสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ (Reuss River) อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิส ตลอดแนวสะพาน

Related image

ค่ำ อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย
18.30 น. นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองอินเทอร์ลาเกน (Interlaken) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่าง ทะเลสาบทูน (Lake Thun) และทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz)  อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ และ มีความสำคัญประหนึ่งเมืองหลวงของแบร์นเนอร์โอเบอลันด์ มีภาพของยอดเขาจูงเฟราเป็นฉากหลัง
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก CITY OBERLAND หรือเทียบเท่า
วันที่ 5: อินเทอร์ลาเคน – ขึ้นยอดเขาจุงเฟรา  – เบิร์น
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  ออกเดินทางสู่ เมืองกรินเดอวาลด์ (Grindelwald) เมืองตากอากาศที่สวยงามและยังเป็นที่ตั้งสถานีรถไฟขึ้นสู่ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) เเละเมื่อปี คศ.2001 องค์การยูเนสโกประกาศให้ยอดเขาจุงเฟรา เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป นำคณะนั่งรถไฟท่องเที่ยวธรรมชาติ ขึ้นพิชิตยอดเขาจุงเฟราที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุตหรือ 3,454 เมตร ระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาท่านจะได้ผ่านชมธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่จนถึง สถานีรถไฟจุงเฟรายอร์ค (Jungfraujoch) สถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป (Top of Europe)

Related image

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา อาหารพื้นเมือง
บ่าย เข้าชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่แกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ธารน้ำแข็งลึกถึง 30 เมตร พาท่านชมวิวที่ลานสฟิงซ์ (Sphinx Terrace) จุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรป ที่ระดับความสูงถึง 3,571 เมตร สามารถมองเห็นได้กว้างไกลที่ถึงชายแดนสวิส สัมผัสกับภาพของธารน้ำแข็ง Aletsch Glacier ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ยาวถึง 22 ก.ม.และหนาถึง 700 เมตร โดยไม่เคยละลาย นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองอินเทอร์ลาเกน (Interlaken) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบทูน (Lake Thun) และทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz)  อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ และ มีความสำคัญประหนึ่งเมืองหลวงของแบร์นเนอร์โอเบอลันด์ มีภาพของยอดเขาจูงเฟราเป็นฉากหลัง นำท่านเดินทางสู่กรุงเบิร์น (Bern) ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ. 1863 นอกจากนี้เบิร์นยังถูกจัดอันดับอยู่ใน 1 ใน 10 ของเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของโลกในปี ค.ศ.2010

Related image

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก HOLIDAY INN หรือเทียบเท่า
วันที่ 6: เบิร์น – กรูแยร์  – โลซานน์ – ล่องเรือทะเลสาบเจนีวา พร้อมทานอาหารค่ำบนเรือ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  นำท่านชมบ่อหมีสีน้ำตาล (Bear Park) สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเบิร์น นำท่าน  ชมมาร์กาสเซ ย่านเมืองเก่า ปัจจุบันเต็มไปด้วยร้านดอกไม้และบูติค เป็นย่านที่ปลอดรถยนต์ จึงเหมาะกับการเดินเที่ยวชมอาคารเก่า อายุ 200-300 ปี นำท่านลัดเลาะชม ถนนจุงเคอร์นกาสเซ ถนนที่มีระดับสูงสุดของเมืองนี้ ถนนกรัมกาสเซ ซึ่งเต็มไปด้วยร้านภาพวาดและร้านขายของเก่าในอาคารโบราณ ชมนาฬิกาไซ้ท์ คล็อคเค่นทรัม อายุ 800 ปี ที่มี “โชว์” ให้ดูทุกๆชั่วโมงในการตีบอกเวลาแต่ละครั้ง นำท่านแวะถ่ายรูปกับโบสถ์ Munster สิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1421 ประตูจะมีภาพที่บรรยายถึงการตัดสินครั้งสุดท้ายของพระเจ้า  นำท่านเดินทางสู่เมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องชีสสวิสฯ เมืองกรูแยร์ (Gruyeres) ต้นกำเนิดของเนยแข็งกรูแยร์ Gruyere cheese ที่ผู้คนรู้จักกันเป็นอย่างดี ที่สามารถส่งออกชีสกรูแยร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก กรูแยร์ยังเป็นเมืองยุคกลางขนาดย่อมเยาที่มีทิวทัศน์อันทรงเสน่ห์ และมีกลิ่นชีสโชยในอากาศตลอดเวลาที่เราเดินไปตามถนนหินกรวดกลางเมืองอีกด้วย

Image result for ชมนาฬิกาไซ้ท์ คล็อคเค่นทรัม

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (สวิสฟองดูร์ชีส)
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองโลซานน์ (Lausanne) ซึ่งตั้งอยู่ตอนเหนือของทะเลสาบเจนีวา เมืองโลซานน์นับได้ว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์โดยธรรมชาติมากที่สุดเมืองหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ในสมัยที่ชาวโรมันมาตั้งหลักแหล่งอยู่บริเวณริมฝั่งทะเลสาบที่นี่ เมืองโลซานน์มีความสวยงามโดยธรรมชาติ ทิวทัศน์ที่สวยงาม และอากาศที่ปราศจากมลพิษ จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาพักผ่อนตากอากาศที่นี่ นำท่านเดินถ่ายรูปกับพิพิธภัณฑ์โอลิมปิก (Olympic Museum) ตั้งอยู่ที่ชายฝั่งของทะเลสาบเจนี ด้านนอกมีสวนที่มีรูปปั้นต่างๆ ที่เกี่ยวกับกีฬา ส่วนภายในอาคารบริเวณโถงตอนรับมีร้านขายของที่ระลึกเกี่ยวกับโอลิมปิก และมีในส่วนของ Olympic World มีการจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โอลิมปิกที่ยาวนานมากกว่า 2,200 ปี เป็นที่เก็บเรื่องราวความเป็นมาของการแข่งขันโอลิมปิกตั้งแต่ยุคแรกจนถึงปัจจุบัน เต็มไปด้วยสิ่งของที่เกี่ยวกับกีฬาโอลิมปิกมากกว่า 10,000 ชิ้น ทั้งอุปกรณ์กีฬา เสื้อผ้านักกีฬา ถ้วยรางวัล เหรียญรางวัล คบเพลิง มาสคอต ฯลฯ (ไม่รวมค่าเข้าชม Olympic World) จากนั้นนำท่านชมสวนสาธารณะที่มีรูปปั้นลิง 3 ตัว ปิดหู ปิดปาก ปิดตา อันเป็นสถานที่ทรงโปรดของในหลวงเมื่อทรงพระเยาว์ และถ่ายรูปกับศาลาไทย ที่รัฐบาลไทยส่งไปตั้งในสวนสาธารณะของเมืองโลซานน์

Related image

ค่ำ นำท่านสุ่ประสบการณ์อันสุดพิเศษด้วยการล่องเรือทะเลสาบเจนีวา พร้อมทานอาหารค่ำบนเรือ(Sunset Cruise) จากเมืองโลซานน์ ผ่านชมเมืองริมทะเลสาบทั้งเมืองเวเว่ย์ (Vevey) เมืองมองเทรอซ์ (Montreux) โดยทะเลสาบเจนีวานั้นเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีพื้นที่คาบเกี่ยว 2 ประเทศคือสวิสเซอร์แลนด์และฝรั่งเศส ลักษณะทะเลสาบเป็นรูปแบบพระจันทร์เสี้ยว ท่านจะได้ชมทัศนียภาพที่สวยงามของเทือกเขาแอลป์ อันสวยงามแบบกว้างไกลสุดสายตา ซึ่งได้รับสมญานามว่าเป็น ไข่มุกของริเวียร่าแห่งสวิตเซอร์แลนด์
  ***ในกรณีที่เรือที่นั่งเต็ม หรือ หยุดให้บริการ บริษัทขอนำท่านเดินทางโดยรถไฟ หรือ Funicular ที่วิ่งผ่านอุโมงค์เจาะทะลุภูเขาสู่เขาซุนเนกกา (Sunnegga) ที่มีความสูงเพียง 2,228 เมตร แต่เรียกได้ว่าเป็นจุดชมวิวของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) ที่สวยงามมากๆ โดยบริเวณบนยอดเขานี้ยังประกอบไปด้วยทะเลสาบทั้ง 5 โดยจะนำท่านเดินเท้าไปชม 1 ใน 5 ทะเลสาบที่มีกล่าวได้ว่ามีชื่อเสียงและสวยงามที่สุดของการชมวิวยอดเขายอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น นั้นคือ ทะเลสาบไลเซ (Leisee Lake) ที่ตั้งบนความสูง 2,232 เมตรจากระดับน้ำทะเล ในช่วงฤดูร้อนน้ำในทะเลสาบที่ใสราวกับกระจก จะสะท้อนภาพของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์นบนผิวน้ำที่สวยงามยิ่งนัก (ถ้าในช่วงฤดูหนาวน้ำในทะเลสาบจะกลายเป็นพื้นน้ำแข็ง) เป็นการทดแทนในวันที่แปดของการเดินทาง***
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก NOVOTEL LAUSANNE BUSSIGNY หรือเทียบเท่า
วันที่ 7: โลซานน์ – เวเว่ย์ – มองเทรอซ์ – กลาเซียร์ 3000 – เซอร์แมท
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  จากนั้นเดินทางสู่เมืองเวเว่ย์ (Vevey) คือเมืองที่ตั้งอยู่ในรัฐโว ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยตัวเมืองตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนเหนือของทะเลสาบเจนีวา ต่างก็ขนานนามให้เมืองเวเว่ย์ เป็น “ไข่มุกแห่งริเวียร่าสวิส” (Pearls of the Swiss Riviera) ที่แม้แต่ศิลปินตลกชื่อดังแห่งฮอลลีวู้ด “ชาลี แชปลิน” ยังหลงไหลและได้อาศัยอยู่ที่เมืองนี้ในบั้นปลายชีวิต นำท่านชมเมืองและถ่ายรูปคู่กับรูปปั้นชาลี แชปลิน (Charlie Chaplin’s statue) ตั้งบริเวณด้านหน้า Food Museum โดยที่มีซ้อมขนาดยักษ์ตั้งอยู่ในทะเลสาบ ทำให้มีการกล่าวติดตลกกันว่าเป็นรูปปั้นชาลี แชปลินกำลังหิว นำท่านเดินทางสู่ เมืองมองเทรอซ์ (Montreux) เมืองตากอากาศที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา ได้ชื่อว่าริเวียร่าของสวิส ชมความสวยงามของทิวทัศน์ บ้านเรือน ริมทะเลสาบ นำท่านเข้าชมปราสาทชิลยอง (Chillon castle) ปราสาทโบราณอายุกว่า 800 ปี สร้างขึ้นบนเกาะหินริมทะเลสาบเจนีวา ตั้งแต่ยุคโรมันเรืองอำนาจโดยราชวงศ์ SAVOY โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมการเดินทางของนักเดินทางและขบวนสินค้าที่จะสัญจรผ่านไปมาจากเหนือสู่ใต้หรือจากตะวันตกสู่ตะวันออกของสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากเป็นเส้นทางเดียวที่ไม่ต้องเดินทางข้ามเทือกเขาสูงชัน ปราสาทแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนด่านเก็บภาษีซึ่งเอาเปรียบชาวสวิสมานานนับร้อยปี

ในภาพอาจจะมี เมฆ, ท้องฟ้า, ภูเขา, สถานที่กลางแจ้ง, ธรรมชาติ และน้ำ

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา อาหารพื้นเมือง
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองโกล เดอ ปิยง (Col Du Pillon) เมืองที่ตั้งของสถานีกระเช้าไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่จุผู้โดยสารได้ถึง 125 คน นำท่านขึ้นกระเช้ายักษ์ ขึ้นสู่เขากลาเซียร์ 3000 (Glacier 3000) นำท่านเดินข้ามThe Peak Walk by Tissot” สะพานแขวนที่มีความยาว 107 เมตร ข้ามหน้าผาที่ระดับความสูง 3,000 เมตร ท่านจะได้ชมทัศนียภาพที่สวยงามของเทือกเขาแอลป์ อันสวยงามแบบกว้างไกลสุดสายตา จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สถานีรถไฟเมืองแทซ (Teasch) เพื่อเดินทางสู่เมือง เซอร์แมท (Zermatt) เมืองแห่งสกีรีสอร์ท ยอดนิยมที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากเป็นเมืองที่ปลอดมลพิษทางอากาศเพราะยานพาหนะในเมืองไม่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง แต่ใช้แบตเตอรี่เท่านั้น และยังมีฉากหลังของตัวเมืองเป็นยอดเขาแมททอร์ฮอร์น (Matterhorn) ที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์
ค่ำ อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย
ที่พัก เข้าสู่ที่พัก โรงแรม DERBY หรือเทียบเท่า

*** ในกรณีที่ห้องพักในเมืองเซอร์แมทเต็ม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์นำพาท่านไปเดินเล่นที่เมืองเซอร์แมทและย้ายไปพักที่เมืองข้างเคียงแทน***

วันที่ 8: เซอร์แมต – เจนีวา – สนามบิน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  อิสระครึ่งวันช่วงเช้า โดยมีหัวหน้าทัวร์ให้ข้อมูล หรือ คำแนะนำ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นความรับผิดชอบของตัวท่านเอง ให้ท่านอิสระเดินเที่ยวชมเมือง หรือ เลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย หรือจะเลือกขึ้นกระเช้าไฟฟ้าเพื่อสัมผัสกับความงดงามของยอดเขาไคลน์แมทเทอร์ฮอร์น (Klien Matterhorn) ที่สูงถึง 4,478 เมตร และได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดของเทือกเขาแอลป์ ชื่นชมกับทิวทัศน์ที่สวยงาม ณ จุดสูงที่สุดบริเวณไคลน์แมทเทอร์ฮอร์น เข้าชมถ้ำน้ำแข็งที่อยู่สูงที่สุดในสวิส หรือนั่งรถไฟฟันเฟืองสู่สถานีรถไฟกรอนเนอร์แกรต (Gornergrat railway) ทำท่านเดินทางสู่จุดชมวิวที่ท่านจะได้เห็นทัศนียภาพที่สวยงามของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น ที่สวยงาม นำท่านเดินเท้าสู่บริเวณทะเลสาบที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 2,757 เมตร โดยบริเวณทะเลสาบนี้เป็นเงาสะท้อนภาพเขาแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn’s reflect) อันสุดสวยงามยิ่งนัก ( โดยปกติน้ำในทะเลสาบ จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝน และ สภาพอากาศ ช่วงเวลาที่เดินทางไปชมอยู่ในช่วงกลางปี (พฤษภาคม – ตุลาคม) ถ้าช่วงฤดูหนาวทะเลสาบจะกลายเป็นน้ำแข็ง)
กลางวัน อิสะระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเจนีวา นำชมเมืองที่เป็นศูนย์กลางการประชุมนานาชาติ เมืองที่ตั้งองค์การสากลระดับโลก อาทิ องค์การการค้าโลก, กาชาดสากล, แรงงานสากล ฯลฯ นำท่านถ่ายรูปกับ น้ำพุเจทโด ที่ฉีดสายน้ำพุ่งสูงขึ้นไปในอากาศถึง 390 ฟุต (เปิดเฉพาะวันอากาศดี) และถ่ายรูปกับ นาฬิกาดอกไม้ สัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองเจนีวา และนำท่านเดินเข้าสู่เขตเมืองเก่า (Old Town ) ของกรุงเจนีวา เป็นที่ตั้งของวิหารเซนต์ปิแอร์ (St. Pierre Cathedral) อาคารทางศาสนาที่มีความสำคัญมากเป็นอันดับต้นๆของกรุงเจนีวา วิหารเซนต์ปิแอร์เป็นวิหารนิกายโปรเตสแตนต์ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ย้อนกลับไปในช่วงระหว่างศตวรรษ 8 -10 ปัจจุบันวิหารได้กลายเป็น 1 ใน 82 สิ่งปลูกสร้างที่เป็นแหล่งมรดกสำคัญของชาติสวิตเซอร์แลนด์

Image result for เมืองเจนีวา

17.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินซูริค เพื่อทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาช๊อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี (Duty Free) ภายในสนามบิน
21.40 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพ โดยเที่ยวบินที่ EK 84
วันที่ 9: ดูไบ – กรุงเทพฯ 
06.10 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ รอเปลี่ยนเครื่อง
09.40 น. ออกเดินทางต่อสู่กรุงเทพด้วยเที่ยวบินที่ EK 372

** คณะเดินทางวันที่ 22 มิ.ย. 62 ออกเดินทาง เวลา 09.40 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 19.15 น.  **

18.55 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

 

ร้านค้าในยุโรปส่วนใหญ่จะปิดทำการในวันอาทิตย์, ขอสงวนสิทธิ์การย้ายเมืองที่เข้าพัก

เช่น กรณีที่เมืองนั้นมีการจัดงาน TRADE FAIR ฯลฯ ไปเข้าพักเมืองที่ใกล้เคียงแทน

และโปรแกรมอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม

 

กรุณาอ่านหมายเหตุให้ละเอียดทุกข้อ

หมายเหตุ 1. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหาย อันเกิดจากเหตุสุดวิสัยที่ทาง บริษัทฯ ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การนัดหยุดงาน, จลาจล, การล่าช้าหรือยกเลิกของเที่ยวบิน รวมถึงกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองไม่อนุญาตให้เดินทางออกหรือกองตรวจคนเข้าเมืองของแต่ละประเทศไม่อนุญาตให้เข้าเมือง รวมทั้งในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทาง

หากท่านถูกปฏิเสธการเดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง

2. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมรายการท่องเที่ยว โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

3. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

4. กรณีที่คณะไม่ครบจำนวน 15 ท่าน ทางบริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการงดออกเดินทาง โดยทางบริษัทฯ  จะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า 14 วันก่อนการเดินทาง

5. เมื่อท่านทำการซื้อโปรแกรมทัวร์ ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านรับทราบและยอมรับเงื่อนไขของหมายเหตุทุกข้อแล้ว

ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ

กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ก่อนทุกครั้ง มิฉะนั้นทางบริษัทฯจะไม่ขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

โปรแกรมและรายละเอียดของการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศ

และเหตุสุดวิสัยต่าง ๆ ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าโดยทางบริษัทฯ จะคำนึงถึงผลประโยชน์และ

ความปลอดภัยของผู้ร่วมเดินทางเป็นสำคัญ

 

โปรแกรม : The Sunset Dinner Cruise and Tripple Mountains

สวิตเซอร์แลนด์

9 วัน 6 คืน

โดยสายการบินเอมิเรทซ์ (EK)

 

กำหนดวันเดินทาง :           3-11, 17-25 พ.ค. 62

                                                22-30 มิ.ย. 62                                 

อัตราค่าบริการ

ราคา

ผู้ใหญ่พักคู่ 1 ห้อง ท่านละ

69,900.-

ผู้ใหญ่ 3 ท่าน 1 ห้อง ท่านละ (กรุณาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโรงแรมที่พัก)

69,900.-

พักห้องเดี่ยว เพิ่มท่านละ

10,900.-

เด็กมีเตียง (อายุไม่เกิน 12 ปี) พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน ท่านละ

69,900.-

เด็กไม่มีเตียง (อายุไม่เกิน 12 ปี) พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ท่านละ

(กรุณาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโรงแรมที่พัก)

69,900.-

ราคาทัวร์ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน ท่านละ

48,900.-

ไม่รวมค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศสวิตเซอร์แลนด์

(ผู้ยื่นวีซ่าต้องชำระเงินตรงกับศูนย์ยื่นวีซ่าในวันยื่น เป็นจำนวนเงินโดยประมาณ 3,500 บาท

ชั้นธุรกิจเพิ่มเงินจากราคาทัวร์ เริ่มต้นที่ท่านละ

(ราคาสามารถยืนยันได้ก็ต่อเมื่อที่นั่ง confirm เท่านั้น)

80,000.-

** โรงแรมในยุโรป ไม่อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี เข้าพักแบบไม่มีเตียงเสริม **

 

 

อัตราค่าบริการนี้รวม 

  1. ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด ( Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์อยู่ต่อ จะต้องไม่เกินจำนวนวัน และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)
  2. ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
  3. ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
  4. ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า (3 ดาว – 4 ดาว)
  5. ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
  6. ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
  7. ค่าประกันภัยการเดินทางรายบุคคล (หากต้องการเงื่อนไขกรมธรรม์สอบถามได้จากเจ้าหน้าที่)

ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทางวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท

ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินไม่เกินท่านละ 500,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)

          ** ลูกค้าท่านใดสนใจ…ซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบคลุมเรื่องสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูล

          เพิ่มเติมกับทางบริษัทได้ **

          เบี้ยประกันเริ่มต้น 341 บาท [ระยะเวลา 4-6 วัน]

          เบี้ยประกันเริ่มต้น 395 บาท [ระยะเวลา 7-10 วัน]

          **ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึง 85 ปี **

          [รักษาพยาบาล 2 ล้าน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 1.5 ล้านบาท]

  1. ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง (ไม่รวมทิปมัคคุเทศก์)
  2. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม 

  1. ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง
  2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 30 ก.ก.และมากกว่า 1 ชิ้น,  ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น
  3. ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
  4. ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
  5. ค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศสวิสเซอร์แลนด์ (ผู้ยื่นวีซ่าต้องชำระเงินตรงกับศูนย์ยื่นวีซ่าในวันยื่น เป็นจำนวนเงินโดยประมาณ 3,500 บาท)
  6. ค่าทิปพนักงานขับรถ และไกด์ท้องถิ่น (17 สวิตฟรังก์)  *** สำหรับคณะที่ออกเดินทางตั้งแต่ 1ก.ค.62 เป็นต้นไปค่าทิปพนักงานขับรถและไกด์ท้องถิ่นจะปรับเป็น 23 สวิตฟรังก์ ต่อท่าน ***
  7. ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย (28 สวิตฟรังก์)

 

เงื่อนไขการจอง

  1. ชำระเงินมัดจำท่านละ 20,000 บาท โดยโอนเข้าบัญชี ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับเงินมัดจำแล้วเท่านั้น
  2. ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อทำการจองคิวยื่นวีซ่า ภายใน 3 วันนับจากวันจอง

หากไม่ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตทางบริษัทขออนุญาติยกเลิกการจองทัวร์โดยอัตโนมัติ

  1. เมื่อได้รับการยืนยันว่ากรุ๊ปออกเดินทางได้ ลูกค้าจัดเตรียมเอกสารให้การขอวีซ่าได้ทันที
  2. หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่

ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

  1. การยื่นวีซ่าในแต่ละสถานทูตมีการเตรียมเอกสาร และมีขั้นตอนการยื่นวีซ่าไม่เหมือนกัน ทั้งแบบหมู่คณะและยื่น

รายบุคคล (แสดงตน) ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการจองได้จากทางเจ้าหน้าที่

  1. หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด

 

เงื่อนไขการชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ

ทางบริษัทขอเก็บค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ 20 วันก่อนการเดินทาง

หากท่านไม่ผ่านการอนุมัติวีซ่าหรือยกเลิกการเดินทางโดยเหตุจำเป็น

ทางบริษัทขอเก็บเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง

 

ข้อมูลเบื้องต้นในการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าและการยื่นขอวีซ่า

  1. การพิจารณาวีซ่าเป็นดุลยพินิจของสถานทูต มิใช่บริษัททัวร์ การเตรียมเอกสารที่ดีและถูกต้องจะช่วยให้การพิจารณา ของสถานทูตง่ายขึ้น
  2. กรณีท่านใดต้องใช้พาสปอร์ตเดินทาง ช่วงระหว่างยื่นวีซ่า หรือ ก่อนเดินทางกับทางบริษัท ท่านต้องแจ้งให้ทางบริษัทฯ ทราบล่วงหน้าเพื่อวางแผนในการขอวีซ่าของท่าน ซึ่งบางสถานทูตใช้เวลาในการพิจารณาวีซ่าที่ค่อนข้างนานและอาจไม่สามรถดึงเล่มออกมาระหว่างการพิจารณาอนุมัติวีซ่าได้
  3. สำหรับผู้เดินทางที่ศึกษาหรือทำงานอยู่ต่างประเทศ จะต้องดำเนินเรื่องการขอวีซ่าด้วยตนเองในประเทศที่ตนพำนักหรือศึกษาอยู่เท่านั้น
  4. หนังสือเดินทางต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน โดยนับวันเริ่มเดินทางออกนอกประเทศ หากนับแล้วต่ำกว่า 6 เดือน ผู้เดินทางต้องไปยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ และกรุณาเตรียมหนังสือเดินทางเล่มเก่า ให้กับทางบริษัทด้วย เนื่องจากประวัติการเดินทางของท่านจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการยื่นคำร้องขอวีซ่า และจำนวนหน้าหนังสือเดินทาง ต้องเหลือว่างสำหรับติดวีซ่าไม่ต่ำกว่า 3 หน้า
  5. ท่านที่ใส่ปกหนังสือเดินทางกรุณาถอดออก หากมีการสูญหาย บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อปกหนังสือเดินทางนั้นๆ และพาสปอร์ต ถือเป็นหนังสือของทางราชการ ต้องไม่มีรอยฉีกขาด หรือ การขีดเขียน หรือ แต่งเติมใดๆ ในเล่ม

 

  ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องตั๋วเครื่องบินและที่นั่งบนเครื่องบิน

  1. ทางบริษัทได้สำรองที่นั่งพร้อมชำระเงินมัดจำค่าตั๋วเครื่องบินแล้ว หากท่านยกเลิกทัวร์ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์การเรียกเก็บค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน ซึ่งมีค่าใช้จ่าย ประมาณ 1,000 – 5,000 บาท  แล้วแต่สายการบินและช่วงเวลาเดินทาง
  2. หากตั๋วเครื่องบินทำการออกแล้ว แต่ท่านไม่สารถออกเดินทางได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์เรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง และรอ Refund จากทางสายการบิน ใช้เวลาประมาณ 3- 6 เดือนเป็นอย่างน้อย
  3. นั่งที่ Long Leg โดยปกติอยู่บริเวณทางออกประตูฉุกเฉิน และผู้ที่จะนั่งต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่สายการบินกำหนด เช่น ต้องเป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง และช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างรวดเร็วในกรณีที่เครื่องบินมีปัญหา เช่น สามารถเปิดประตูฉุกเฉินได้ (น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม) ไม่ใช่ผู้ที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพและร่างกาย และอำนาจในการให้ที่นั่ง Long leg ขึ้นอยู่กับทางเจ้าหน้าที่เช็คอินสายการบิน ตอนเวลาที่เช็คอินเท่านั้น

 

กรณียกเลิกการเดินทาง

  1. แจ้งยกเลิก 45 วัน ขึ้นไปก่อนการเดินทาง คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  2. แจ้งยกเลิกภายใน 30-44 วันก่อนเดินทาง เก็บค่าใช้จ่าย ท่านละ 10,000 บาท
  3. แจ้งยกเลิกภายใน 16-29 วันก่อนเดินทาง เก็บค่าใช้จ่าย ท่านละ 20,000 บาท
  4. แจ้งยกเลิกน้อยกว่า 15 วันก่อนเดินทาง ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  5. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่

     บริษัทฯกำหนดไว้ (30ท่านขึ้นไป) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทและผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกันบริษัทต้องนำไป

     ชำระค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน

  1. กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯจะทำการเลื่อนการเดินทางของท่าน

    ไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกคืนได้คือ ค่าธรรมเนียมในการมัดจำตั๋ว และค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่

สถานทูตฯ เรียกเก็บ

  1. กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้ว ทางบริษัทฯ ขอ

    เก็บเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าวีซ่าและค่าบริการยื่นวีซ่า / ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน หรือค่าตั๋วเครื่องบิน (กรณีออกตั๋วเครื่องบินแล้ว)

ค่าส่วนต่างในกรณีที่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ครบตามจำนวน

  1. กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
  2. กรณีผู้เดินทางไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากปลอมแปลงหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าเหตุผลใดๆตามทางบริษัทของ

    สงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด

ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโรงแรมที่พัก

  1. เนื่องจากการวางแปลนห้องพักของแต่ละโรงแรมแตกต่างกัน จึงอาจทำให้ห้องพักแบบห้องเดี่ยว (Single) ,ห้องคู่ (Twin/Double) และ

ห้องพักแบบ 3 ท่าน/3 เตียง (Triple Room) ห้องพักต่างประเภทอาจจะไม่ติดกันและบางโรงแรม 

    อาจจะไม่มีห้องพักแบบ 3 ท่าน แต่อาจจะได้เป็น 1 เตียงใหญ่กับ 1 เตียงพับเสริม

  1. โรงแรมในยุโรปส่วนใหญ่อาจจะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ
  2. กรณีที่มีงานจัดประชุมนานาชาติ (Trade air) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้นมากและห้องพักในเมืองเต็ม

บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม

  1. โรงแรมในยุโรปที่มีลักษณะเป็น Traditional Building ห้องที่เป็นห้องเดี่ยวอาจเป็นห้องที่มีขนาดกะทัดรัต

และไม่มีอ่างอาบน้ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละโรงแรมนั้นๆ และห้องแต่ละห้องอาจมีลักษณะแตกต่างกัน